การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การพัฒนาอย่างยั่งยืน
(Sustainable Development)
ความเป็นมาของการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลักการสําคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์จําเป็นต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมเพื่อการดํารงชีวิตด้วยกันทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามเมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา
ทิศทางการพัฒนาของประเทศต่างๆทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจึงทําให้มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจํากัดในปริมาณมากเพื่อผลิตสินค้าให้ตอบสนอง
ความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทําให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย
อาทิ ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติอันได้แก่ดิน น้ำ ป่าไม้ สัตว์ป่า และ
แร่ธาตุ ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ
· ปัญหาการเกิดมลภาวะหรือมลพิษต่างๆ ทั้งทางดิน
ทางน้ำทางอากาศรวมถึง มลพิษจากขยะมูลฝอย
· ปัญหาวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติทั่วโลกอันเกิดจากการทําลายระบบนิเวศ
เช่น การเกิด ภาวะโลกร้อน ภัยแล้ง อุทกภัย และวาตภัย
ได้ส่งผลต่อการดํารงชีวิตและคุณภาพชีวิตของมนุษย์
และยังทําให้เกิดภาวะการขาดแคลนอาหารที่อยู่อาศัย และวิกฤตการณ์ด้านพลังงานอีกด้วย
ดังนั้น
มนุษย์จึงเริ่มมีความคิดที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาร่วมกัน
หลักการสําคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การสร้างสมดุลระหว่าง ๓
มิติของการพัฒนา อันได้แก่
1.มิติการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างมี
คุณภาพ กระจายรายได้ให้เอื้อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ในสังคม
โดยเฉพาะคนที่มีรายได้ต่ำ
2.มิติการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนซึ่งเป็นการพัฒนาคนให้มีความรู้
มีสมรรถนะและมีผลิตภาพสูงขึ้น ส่งเสริมให้เกิดสังคมที่มีคุณภาพ
และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
3.มิติการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณที่ระบบนิเวศสามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมได้การปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมในระดับที่ระบบนิเวศสามารถดูดซับและทําลายมลพิษนั้นได้โดยให้สามารถผลิตมาทดแทนทรัพยากรประเภทที่ใช้แล้วหมดไปได้
ทั้งนี้ การพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องทําให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
มีระบบสังคมที่เป็นสังคมธรรมรัฐมีระบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่นคงไม่จําเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอกมีคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมที่ดีประชาชนรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าโดยเฉพาะการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นฐานในการผลิตเพื่อนําไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Brundtland Commission, 1987)
การพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย
กระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทยนั้นได้มีการเผยแพร่มาเป็นเวลานาน
โดยท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกผู้ซึ่งเป็นนักปราชญ์ทางพุทธศาสนาได้ค้นคว้าและเรียบเรียงหนังสือการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้นเพื่อเผยแพร่และแนะนําแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในทรรศนะของชาวพุทธ
พร้อมนี้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยในโอกาสต่างๆ
ได้มีการเผยแพร่ผ่านวารสารชัยพัฒนา และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙
ซึ่งได้น้อมรับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบแนวความคิดและทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทยต่อเนื่องด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ ๑๐ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันเพื่อความอยู่ดีมีสุข
มุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืนหรือที่เรียกว่า “สังคมสีเขียว”
สังคมสีเขียวจึงถือเป็นจุดหมายปลายทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย
ดังนั้นรัฐบาลจึงได้กำหนดแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 8 และ 9
ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคนให้ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา”และดุลยภาพเป็นเงื่อนไขของความยั่งยืน ดังนั้น จุดหมายปลายทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน
คือ การพัฒนาที่ทำให้เกิดดุลยภาพของ เศรษฐกิจ
สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนชนตลอดไป
เศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดดุลยภายของการพัฒนาคือ
เศรษฐกิจที่มีรากฐานมั่นคงมีขีดความสามารถในการแข่งขันและสามารถพึ่งตนเองได้
โดยมีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแนวคิดหลัก
สังคม
ให้รวมหมายถึง วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นระเบียบวิถีชีวิตของสังคม
ที่ให้มนุษย์ปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
และให้รวมถึงศาสนาธรรม
ซึ่งเป็นระเบียบจิตใจของคนในสังคมที่ทำให้สังคมอยู่ได้โดยสงบสุข
ทรัพยากรธรรมชาติ
หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
เกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นระบบนิเวศน์
ที่สามารถให้คุณและให้โทษต่อมนุษย์ได้ ขึ้นกับความสมดุล
หรือไม่สมดุลของระบบนิเวศ
สิ่งแวดล้อม
หมายถึง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นระบบนิเวศน์ ที่สามารถให้คุณและให้โทษต่อมนุษย์ได้ ขึ้นกับความสมดุลหรือไม่สมดุลของระบบนิเวศ
เศรษฐกิจพอเพียง
เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับไม่ว่าจะในระดับครอบครัวชุมชนหรือรัฐในการปฏิบัติงานหรือบริหารพัฒนาประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอประมาณ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท มีเหตุผลและสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบต่าง
ๆ อันอาจจะเกิดขึ้นจากภายนอกและภายในอย่างรอบคอบ
ในขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนให้มีความสำนึกในคุณธรรม
ความซื่อสัตย์และความรอบรู้ที่เหมาะสมการดำเนินชีวิตควรใช้ความอดทน ความเพียร
มีสติปัญญา
พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
การดำรงชีวิตและปฏิบัติตนมุ่งเน้นการอยู่รอดปลอดภัยและวิกฤตสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา
ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3
คุณลักษณะ ดังนี้
· ความพอประมาณ
หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
เช่น การผลิตและการบริโภคอยู่ในระดับพอประมาณ
· ความมีเหตุผล
หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น
จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น
ๆ อย่างรอบคอบ
· การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ
ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ
ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล การดำเนินกิจการต่างๆ
ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องมีความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
v ความรู้
ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน
และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
v คุณธรรม
ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม
มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียง ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
จึงกล่าวได้ว่าการนำปรัชญาของเศรษฐกิจเพียงพอมาปฏิบัติ
คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน
ทั้งเศรษฐกิจสังคม สภาพแวดล้อม
ความรู้ และเทคโนโลยี
เป็นแนวทางในการพัฒนาให้สามารถพึ่งตนเองในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน
ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับ
ธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ
โดยอาศัยความพอประมาณและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้ ความเพียร และความอดทน
สติ และปัญญา การช่วยเหลือเกื้อกูล และความสามัคคี
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะของเกษตรกรในชนบทเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงทุกคน ทุกอาชีพ
รวมทั้งรัฐบาล
สามารถนำเอาแนวพระราชดำรัสไปยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น
ตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ
(1991) จำกัด (มหาชน)
ดั๊บเบิ้ล เอ
เชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ
เป็นจุดเริ่มต้นในการวางพื้นฐานธุรกิจอันสำคัญ
1. สิ่งแวดล้อมยั่งยืน
ตลอดเส้นทางการผลิตกระดาษดั๊บเบิ้ล
เอ ทุกแผ่น
จะผ่านขั้นตอนที่สมดุลกันระหว่างคุณภาพและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนซึ่งใช้ทั้งวัตถุดิบที่ดี
กระบวนการผลิตที่ทันสมัยและอนุรักษ์พลังงาน
1.1 วัตถุดิบ
มีการวางแผนในการทำธุรกิจกระดาษที่มีความแตกต่างจากทั่วไป
นั่นคือ การเลือกใช้วัตถุดิบจากไม้ปลูก ไม่ใช้ไม้จากป่าธรรมชาติโดยเด็ดขาด
ดั๊บเบิ้ล เอ จึงเริ่มต้นงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้
เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษคุณภาพ อีกทั้งยังเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ
และภูมิอากาศของประเทศ จนได้ "ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ"
ที่ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 3-5 ปี และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นกระดาษบนคันนาหรือพื้นที่ว่างเปล่า
จึงเป็นการช่วยอนุรักษ์ไม้จากป่าธรรมชาติ
และยังเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ยั่งยืนแหล่งใหม่ให้กับโลก
เพราะเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ให้กลับมีต้นไม้เพิ่มขึ้น
ทำให้กระดาษดั๊บเบิ้ล เอ 1 รีม มีส่วนช่วยแก้โลกร้อน
ด้วยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 12.5 กิโลกรัมหรือปีละ 6.7 ล้านตัน
1.2 กระบวนการผลิต
มีการสร้างอ่างเก็บน้ำไว้ใช้
ไม่รบกวนแหล่งน้ำชุมชน น้ำทิ้งผ่านการบำบัด
นำมารดต้นไม้ การผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญมีระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและมีการนำสารเคมีกลับมาใช้ใหม่อีกทั้งของเสียจากกระบวนผลิตก็สามารถนำไปขายให้อุตสาหกรรมอื่นใช้ต่อได้
เช่น ตาไม้ที่ต้มไม่สุกจากกระบวนการผลิต
จะถูกส่งไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟเบอร์บอร์ด กากตะกอนน้ำเสียและขี้เถ้าดำ
จะนำไปใช้ในการปรับปรุงดิน ในแปลงไม้ปลูกของกลุ่มบริษัท โดยไม่ทิ้งให้เสียเปล่า
ถือว่าเป็นการคืนสารอินทรีย์และสมดุลกลับสู่ธรรมชาติ เป็นต้น
1.3 โครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตและอนุรักษ์พลังงาน
อาทิ การนำความร้อนกลับคืน
ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต
การใช้น้ำมันใช้แล้วทดแทนการใช้น้ำมันเตา ใช้หลอดฟลูออเรสเซ้นต์ T5
แทนการใช้หลอดฟลูออเรสเซ้นต์แบบเดิม ปรับปรุงการทำงานของกับดักไอน้ำ เป็นต้น
2. ความยั่งยืนทางสังคม
สังคม
ถือเป็นสถาบันสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจให้ก้าวเดินอย่าง ยั่งยืน
ดั๊บเบิ้ล เอ ยึดหลักปรัชญาในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพื่อสร้างรอยยิ้มให้สังคมไทย
2.1 คุณภาพชีวิตดีขึ้น
ไม่ต้องอพยพเข้าสู่เมือง เกษตรกรกว่าล้านราย
ที่ร่วมปลูกต้นกระดาษบนคันนา ได้มีรายได้เสริม
2.2 ท้องถิ่นพัฒนา โครงการปลูกต้นกระดาษ
ปลูกปัญญาโรงเรียนในชนบท โดยแจกต้นกระดาษให้โรงเรียนปลูกในพื้นที่ว่างเปล่า
เพื่อเป็นรายได้นำไปพัฒนาการศึกษา ,
กิจกรรมดั๊บเบิ้ล
เอ เปิดบ้าน
เพื่อให้ชุมชนและเยาวชนได้เข้าเยี่ยมชมรับความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตกระดาษ
3. ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
ดั๊บเบิ้ล เอ ริเริ่มโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรนำ
"ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ" ไปปลูกบนพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ สร้างอาชีพอย่างต่อเนื่องให้กับชุมชนและ มีส่วนช่วยให้เกษตรกรกว่า
1 ล้านครอบครัวเกิดรายได้เสริมหมุนเวียนในภาคเกษตร เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทย
และในขณะนี้ดั๊บเบิ้ล เอ สามารถส่งออกไปจำหน่ายในทุกภูมิภาคทั่วโลกแล้วกว่า 100 ประเทศ
และสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท
ที่มา สุวรรณ ทองเทิด, 2561, การพัฒนาอย่างยั่งยืน, https://sustainabledevelopmentrp.blogspot.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น